Yaoi

"ทิฟฟานี่โชว์" เป็นคาบาเร่ต์คณะแรกของประเทศไทย และเอเชีย-แปซิฟิค เมื่อประมาณ 29 ปีมาแล้ว โดยเริ่มจากการละเล่นของกิจการบาร์เล็ก ๆ ณ พัทยาใต้ และได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศที่เข้ามาท่องเที่ยวในเมืองพัทยาจำนวนมาก หลังจากนั้นทิฟฟานี่โชว์ก็ยังคงได้รับกระแสความนิยมอยู่เรื่อย ๆ ส่งผลให้ทิฟฟานี่โชว์เป็นที่รู้จัก และได้รับความนิยมอย่างสูงสุดจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก สมกับที่ได้รับการขนานนามว่า "แม่แบบแห่งคาบาเร่ต์ไทย" (The Original Transvestite Cabaret) ทิฟฟานี่โชว์ไม่เคยหยุดการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ และยังคงพัฒนาต่อไป อย่างสม่ำเสมอ คุณภาพของการแสดงและการนำเสนอความบันเทิงเต็มรูปแบบเพื่อความสุขสรรแก่ผู้ชม เรายังคงความเป็นเอกลักษณ์ความงาม และความโดดเด่นทางศิลปะและวัฒนธรรม และพร้อมที่จะสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าทุกคนด้วยดีเสมอมา

ปัจจุบันทิฟฟานี่โชว์ได้ปรับปรุงโรงละครและได้ขยายโรงละครเพิ่มขึ้น สามารถรองรับผู้ชมได้ถึง 1,000 ที่นั่ง มีเนื้อที่กว้างขวางและสะดวกสบาย มีการปรับปรุงระบบแสง สี เสียง ที่ทันสมัยที่สุด ตลอดจนฉากการแสดงที่ยิ่งใหญ่ตระการตา ได้มาตรฐานระดับสากล

และนอกจากนี้ทิฟฟานี่โชว์ยังคำนึงถึงความปลอดภัย และการอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า ทุกคน โดยได้ติดตั้งระบบป้องกันอัคคีภัยที่ได้มาตรฐานสากล และติดตั้งลิฟท์โดยสารที่บรรจุได้ครั้งละ 20 คน พร้อมทั้งสร้างทางขึ้นสำหรับคนพิการและคนชรา ทั้งนี้เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าทุกคน

ในปี 2517 ทิฟฟานี่โชว์ได้ก่อตั้งขึ้น ณ พัทยาใต้ ด้วยนักแสดงเพียง 3 คนที่รักในการแสดงและมีพรสวรรค์ด้าน การแสดง โดยแสดงเลียนแบบดารานักร้องชื่อดังของละครบอร์ดเวย์, สหรัฐอเมริกา เช่น มารีรีน มอนโร, บาบาร่า สไตแซน, ดอนน่า ซัมเมอร์ การแสดงของทิฟฟานี่โชว์โด่งดัง และมีนักท่องเที่ยวมาชมมากขึ้นเรื่อย ๆ จึงทำให้ทิฟฟานี่โชว์ได้ย้าย โรงละครไปอยู่ที่พัทยาสายสอง โรงละครมีความโอ่งอ่า และทันสมัยของระบบแสง สี เสียง และเทคนิคของเวที ปัจจุบัน ทิฟฟานี่โชว์มีนักแสดงกว่า 100 ชีวิต ในการแสดงที่น่าประทับใจ และเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำ เพราะการแสดงที่สวยงามอลังการและมีชื่อเสียงมากที่สุดในประเทศไทย และสามารถเข้าชมได้ทุกเพศทุกวัย ปัจจุบันทิฟฟานี่โชว์เป็นสถานที่แรกที่ถูกขนานนามว่าเป็น คาบาเร่ต์โชว์สาวประเภทสองที่ใหญ่ที่สุดและสวยที่สุดในเอเชีย

ขอบคุณแหล่งข้อมูลและเยี่ยมชม website ของ "ทิฟฟานี่โชว์"

ในสังคมของเรานอกจากจะมีหญิง ชาย กะเทย เกย์ แล้วก็ยังเหลืออีกประเภทหนึ่งที่สังคมเหมือนจะยอมรับและไม่เป็นเดือดเป็นร้อนกันซักเท่าไหร่นั้นก็คือ เลสเบี้ยน

เลสเบี้ยนคือผู้หญิงที่มีความนิยมชมชอบในเพศหญิงด้วยกัน ในปัจจุบันเราสามารถหาคู่รักที่เป็นคู่เลสเบี้ยนหรือทอม ดี้ ได้ตามท้องถนน ( หาง่ายกว่าเกย์ซะอีก --o-- !! ) ซึ่งช่วงนี้เราก็จะเห็นพวก ดารา นักร้อง นางแบบ หันมาคบหรือมีแฟนเป็นทอมกันมากขึ้นเหมือนกับมันเป็นแฟชั่นงั้นแหละ

เลสเบี้ยนแบ่งออกเป็นกลุ่มใหญ่ๆได้ 2 ลักษณะ คือ

1. ทอม คือ คนที่มีจิตใจและความต้องการเป็นผู้ชาย ปฏิบัติตนเฉกเช่นผู้ชาย ( แมนมากกว่าผู้ชายบางคนซะอีก OoO ) พูดง่ายๆก็ ชายในร่างหญิง (น่าจะสลับร่างกะกะเทยได้เนาะ อิอิ >o< ) สาเหตุการเป็นทอมก็มีหลายสาเหตุนะ เช่น เกิดจากสภาพแวดล้อม สังคม ครอบครัว หรือผู้ชายที่ไม่มีดีเหลือบนโลกนี้เลยสักคน ฯลฯ สาเหตุนี้ทำให้เป็นทอมจากจิตใต้สำนึก แต่อีกสาเหตุหนึ่งคือเกิดจากสถานการณ์รอบข้างที่นำพาไปให้เป็นทอมหรือเห็นว่าเป็นทอมมันเท่ดี มีคนสนใจ ฯลฯ แบบนี้จะเป็นพวกเรียกร้องความสนใจมากกว่าและจิตใจลึกๆก็ยังชอบผู้ชายอยู่

2. ดี้ คือ ผู้หญิงที่มีความเป็นผู้หญิงทั้งร่างกายและจิตใจเฉกเช่นผู้หญิงธรรมดาทั่วไป แต่มีรสนิยมชอบเพศเดียวกันหรือผู้หญิงด้วยกันซึ่งก็คือทอม ซึ่งความชอบนี้ก็อาจเกิดจากจิตใต้สำนึกลึกๆของจิตใจ เอื่อมระอาผู้ชาย หรือแม้กระทั่งมีทอมมาจีบแล้วเกิดถูกใจ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่กลับมาชอบผู้ชายได้เลย โอกาสที่ดี้จะกลับมารักผู้ชายมีสูงมาก ซึ่งก็ต้องแล้วแต่สถานการณ์ โอกาสและจิตใจ

แต่ก็ยังมีอีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่แบ่งทอมแบ่งดี้ มีเพียงผู้หญิงด้วยกันเท่านั้น มีความรักความเข้าใจให้แก่กัน ไม่ใช่ในรูปแบบของเพื่อนแต่เป็นไปในรูปแบบของคนรัก คู่รักแบบนี้หายากนะ (เอ๊ะ ! รึเราไม่หาเองหว่า --- --- @ )

ดี้คงจะไม่มีปัญหาอะไรมากเพราะยังไงก็เป็นผู้หญิงอยู่แล้ว ปัญหาอยู่ที่ทอมที่อยากเป็นผู้ทั้งตัวและหัวใจ ทอมบางคนอาจเคยพิสูจน์ความเป็นหญิงของตนด้วยการคบหรือการนอนกับผู้ชาย และแล้วก็ค้นพบว่าตนเองอยากจะเป็นฝ่ายทำมากกว่าถูกทำ แต่บางคนก็ค้นพบตนเองด้วยการสังเกตความชอบความสนใจของตนเองซึ่งความสนใจของตนก็อยู่ที่ผู้หญิง พอค้นพบตัวเองแล้วก็อยากเปลี่ยนแปลงตนเองด้วยการหาเสื้อผ้าผู้ชายมาใส่ ทำตัวเหมือนผู้ชาย หาแฟนที่เป็นผู้หญิง หนักๆเข้าก็ถึงขั้นแปลงเพศ เราเคยอ่านเจอในหนังสือเค้าบอกว่าการตัดทำได้ง่ายแต่การต่อทำได้ยากมาก (ตัดๆต่อๆนี่ก็อวัยวะเพศผู้ชายหรือจู๋ไงจ๊ะ กรี๊ดดด ช้านพูดอารายเนี่ย >////< ) ขั้นตอนแรกของการเป็นผู้ชายก็ต้องทำให้หน้าอกแบบเรียบก่อน ทอมหลายๆคนก็หาผ้ามาพันหน้าอก ( รัดมันเข้าไป รัดมากๆก็หายใจไม่ออก ขาดใจตายไปเลย __3__ ) หนักๆหน่อยก็ไปขูดหน้าอก มันเป็นการทำศัลยกรรมที่ทำได้ยากพอสมควร เพราะต้องขูดเอาก้อนเนื้อตรงบริเวณหน้าอกออกให้หมด เจ็บมากก ขอบอก ( แกรู้ได้ไงวะ เคยทำรึไง ) เราเคยอ่านเจอในหนังสือ ค่าใช้จ่ายก็เยอะด้วย ใครจะทำก็คิดดีๆนะตะเอง

การมี sex ของเลสเบี้ยนต้องมีอุปกรณ์ช่วย คืออะไรบ้างนั้นเราไม่รู้ แต่ที่พอรู้บ้างก็อวัยวะเพศชายเทียม หาซื้อได้ที่....ไหนนั้นข้าน้อยมิอาจรู้ และอีกทางหนึ่งก็คือใช้นิ้วในการมี sex วิธีนี้เหล่าเลสเบี้ยนนิยมใช้เพราะมันไม่ต้องเปลืองกะตุ้งกะตังที่เหลือก็คงเหมือนชาย - หญิงทั่วไปละมั้ง แต่ที่เรายังสงสัยอยู่ก็คือ ทอมจะไปถึงฝั่งฝันได้ไงละ ในเมื่อตัวเองไม่ชอบถูกทำ หรือว่าแค่มองอีกฝ่ายถึงฝั่งตัวเองก็ไปถึงฝั่งด้วย ใครรู้บอกนู๋ที

ทอมแต่ละคนก็จะมีลักษณะแตกต่างกันออกไป มีทั้งแบบที่เป็นทอมแท้และทอมไม่แท้ ซึ่งทอมแท้คือคนที่ชอบผู้หญิงด้วยกันจริงๆ คบกันเหมือนคู่รักชาย-หญิง อาจถึงขั้นมี sex กัน เช่น

เรามีเพื่อนร่วมห้องคนหนึ่งเป็นทอมชื่อ P (ในที่นี้เราขอเอ่ยแต่นามสมมตินะ) P เป็นกิ๊กกับเด็กในห้องชื่อ D ซึ่งพวกเราเรียก D ว่า นางสาวอินโนเซน เพราะเธอเป็นคุณหนูมาแต่กำเนิด ถูกเลี้ยงดูมาอย่างดีอย่างกะไข่ในหิน ทำอะไรเองไม่ค่อยจะเป็นต้องมีคนช่วยรึทำให้ตลอด ( แต่เรื่องหาแฟนนี่พึ่งตัวเองได้วะ ) เวลาเพื่อนๆพูดเรื่องลามกกันเธอก็จะรับไม่ได้เกิดอาการบิดไปบิดมา ( ไม่รู้จะบิดไปทามมาย QoQ ?? ) และที่บอกว่าเป็นกิ๊กกับ P นั้นก็เพราะว่าเธอยังมีชายอื่นอีก ( เท่าไหร่มะยู้ ) P จะคอยดูแลเอาใจใส่ D ตลอดทั้งงาน การบ้าน รายงาน ส่วนมาก P ก็จะทำให้ D เสมอ จนคุงเธอทำอะไรเองไม่เป็นแล้ว และแล้วเวลาก็ล่วงเลยไปจนเมื่อไม่นานมานี้เอง P มาเล่าให้เพื่อนฟังว่า P กับ D มีอะไรกันแล้วหรือมี sex กันนั่นเอง โดยที่ D อยู่ข้างบน P อยู่ข้างล่างและ P ก็ใช้นิ้วช่วย D จนเสร็จกิจ ในตอนแรก P ต้องขอ D อยู่นานเหมือนกันกว่า D จะยอม ตอนแรกเราก็ไม่ค่อยอยากจะเชื่อนะ แต่วันนั้นที่มันมีอะไรกันเป็นวันที่มัน 2 คนหายไป 3 วันพร้อมกัน แล้ว P ก็เป็นคนเล่าเองด้วย และเพื่อนสนิทเราก็ยังเล่าด้วยว่าไปได้ยิน P ถาม D ในห้องน้ำว่าเมื่อไหร่จะทำอีก P พร้อมนานแล้ว จากคำพูดที่ชวนคิดทำให้กลุ่มเราคาใจว่ามันจะทำอะไรกัน ( มี sex งายยยย ถามได้....P ส่งกระแสจิตมาบอก ) ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อละนะ จากวันนั้นมาทั้ง 2 คนก็ทำอะไรกันเปิดเผยมากขึ้น อ๊ะๆ อย่าคิดไกล ที่ว่าอะไรเนี่ยหมายถึง เดินจับมือ หรือ หยอกกันอย่างเปิดเผยจ้า ซึ่งมันก็เป็นภาพที่ชินตาเพื่อนๆในห้องไปซะแล้ว

ส่วนทอมไม่แท้ก็คือ ตัวเป็นทอมหรือพยายามทำตัวเป็นทอมเพื่อเรียกร้องความสนใจจากคนรอบข้างหรือคนที่ตนกำลังสนใจ แล้วจิตใจก็ยังชอบผู้ชายอยู่เหมือนเดิม เช่น

เพื่อนสมัยประถมของเราทำตัวเป็นทอมโดยการแต่งตัวเป็นผู้ชาย ตัดผมสั้น เพื่อให้ผู้ชายที่มันสนใจหันมามองมัน แต่ไอ้ผู้ชายคนนั้นก็มองมันแค่เพื่อนผู้หญิงที่กลายเป็นทอมแค่นั้น มันก็แค่เพื่อนนั่นแหละไม่มีความรู้สึกมากกว่านั้น เป็นแบบนั้นไปจนเรียนจบประถมแล้วต่างฝ่ายต่างก็แยกย้ายกันไปเรียนที่อื่น ไม่รู้ว่าตอนนี้เป็นยังไงกันบ้างแล้ว

เรื่องของเลสเบี้ยนเราก็รู้แค่นี้แหละเพราะมันอยู่นอกเหนือความสนใจ ( ก็สนแต่ผู้ชายกะเกย์นี่เนาะ ,,,,u__u,,,, ) ถ้าผิดพลาดตรงไหนก็ขอโทษไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ และถ้าจะกรุณาก็ช่วยแก้ไขให้ด้วยนะคะ

ป.ล. Boy Dont Cry เป็นหนังสะท้อนเรื่องราวความรักของเลสเบี้ยนในสังคมบนโลกนี้ ดูแล้วจะเข้าใจอะไรๆมากขึ้น ( อะไรๆในที่นี้ก็ไปหาเอาเองนะ ) ขอแนะนำให้ไปหาดูซะสำหรับคนที่ยังไม่เคยดู

(~^o^)~ ~(^o^~) (~^o^)~ ~(^o^~) (~^o^)~ ~(^o^~) (~^o^)~ ~(^o^~)

ปัจจุบันโลกเราไม่ได้มีแค่ 2 เพศ คือชายและหญิงแล้ว แต่ยังมีเพศที่ 3 4 5 ซึ่งก็คือ กะเทย เลสเบี้ยน และเกย์ ซึ่งคนเหล่านี้ไม่ได้เพิ่งมีเมื่อ 10 - 20 ปีที่ผ่านมา แต่มีมาเป็น 100ๆ ปีแล้ว เพียงแต่เราไม่รู้เพราะสมัยก่อนการชอบเพศเดียวกันถือเป็นเรื่องน่ารังเกียจและยังไม่เป็นที่รู้จักเหมือนปัจจุบัน ประกอบกับคนสมัยก่อนยังไม่กล้าที่จะเปิดเผยเหมือนเช่นทุกวันนี้ และที่เราแบ่งออกเป็นเพศที่ 3 4 5 ก็เพราะว่าแต่ละประเภทมีลักษณะที่แตกต่างกัน จะเหมือนกันก็ตรงที่เป็นกลุ่มคนที่ชอบเพศเดียวกันเท่านั้น

คราวนี้เราขอพูดถึงกะเทยก่อน เพราะกะเทยเป็นคนกลุ่มแรกที่เรารู้จักว่าชอบเพศเดียวกัน และความทรงจำที่ไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่มีคนกลุ่มนี้ได้มอบให้เรา สำหรับคนที่มีความรู้สึกขัดแย้งและไม่เห็นด้วยกับคงวามคิดของเรา เราก็ขอโทษและพร้อมที่จะรับฟังข้อเสนอแนะ แต่ขอให้ทำความเข้าใจไว้ ณ ที่นี้ด้วยว่า มนุษย์ทุกคนมีสิ่งที่ชอบและไม่ชอบแตกต่างกัน ซึ่งเราก็เป็นคนนึงที่ไม่ค่อยชอบกะเทยสักเท่าไหร่

กะเทยในความคิดของเราคือ คนที่มีจิตใจและชอบแต่งเป็นผู้หญิง หรือจะเรียกง่ายๆก็ หญิงในร่างชาย นั่นเอง ในที่นี้เราขอแบ่งกะเทยออกเป็น 2 ประเภท ซึ่งชื่อเรียกนี้เป็นชื่อที่เราเรียกกันในกลุ่มเพื่อนๆ

1. กะเทยแรง คือ กะเทยจัดจ้าน มีความมั่นใจในตนเองในระดับปานกลางจนถึงสูงที่สุด มีความต้องการผู้ชายในระดับสูง (บางคนเท่านั้นนะ) วี๊ดว๊าด ปากคอเราะร้าย หยิ่ง มีความเป็นผู้หญิงหรือจริตจะกร้านมากกว่าผู้หญิงซะอีก อารมณ์รุนแรงและแปรปรวน ชอบเรียกผู้หญิงหรือกะเทยด้วยกันว่า "ชะนี" และอื่นๆอีกมากมาย ( ตอนนี้นึกมะออก ) ซึ่งกะเทยเหล่านี้มักพบได้ตามท้องถนน ตึกรามบ้านช่อง สถานเริงรมณ์ สถานที่สำคัญต่างๆ (พูดเหมือนไม่ใช่คนเลยวุ้ย) และชอบอยู่รวมกันเป็นกลุ่มตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป กะเทยแบบนี้เป็นแบบที่เราไม่ชอบหรืออาจจะถึงชั้นเกลียดเลยก็ได้มั้ง เพราะพวกเธอมีความมั่นใจในตัวเองสูงมักทำอะไรรุนแรง ชอบกรี๊ดกร๊าดซึ่งเราค่อนข้างรับไม่ได้กับการกระทำของพวกเธอ ถึงแม้ว่าบางครั้งจะเป็นการสร้างสีสรร แต่ก็...นะ เห็นทีก็ปลงตก รับไม่ได้จริงๆ

2. กะเทยเหนียม คือ กะเทยเรียบร้อยน่ารักน่าเอ็นดู มีระดับความเป็นผู้หญิงอยู่ระดับผู้หญิงธรรมดาสามัญ มีความต้องการผู้ชายเหมือนกันแต่อยู่ในระดับใดนั้นเรายังไม่ได้ศึกษา แต่พวกเธอก็ชอบผู้ชายละนะ ไม่หยิ่ง มีอัธยาสัย พูดเพราะ ซึ่งกะเทยแบบนี้แหละที่ได้ใจเราไปแล้ว

นี่ก็เป็นเกณฑ์และความรู้สึกที่เรามีต่อกะเทยอะนะ ซึ่งกะเทยแรงเนี่ยเรารับไม่ค่อยได้จริงๆ และไม่ค่อยชอบด้วย แต่กะเทยเหนียมเนี่ยเราชอบมากเลย อาจเป็นเพราะพวกเธอดูเรียบร้อย ดูเข้าใกล้ง่ายกว่ากะเทยแรง เพราะมีครั้งนึงเรายิ้มให้น้องกะเทยโรงเรียนเราซึ่งน้องเค้าเป็นกะเทยแรง น้องเค้าเชิดใส่อะ แต่กะเทยเหนียมที่เรียนชั้นเดียวกะเราพอเรายิ้มให้เค้าก็ยิ้มตอบ มันให้ความรู้สึกต่างกันเลยนะ มันก็เหมือนกับคนหยิ่งกะคนมีอัธยาสัยดีนั่นแหละ เราก็ต้องชอบคนที่อัธยาสัยดีดีกว่าคนหยิ่งละนะ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ากะเทยแรงจะหยิ่งหรือไม่ดีเสมอไปหรอกนะ แล้วก็กะเทยเหนียมก็ใช่ว่าจะดีอย่างที่เราว่าเสมอไป มันก็ต้องมีทั้งดีไม่ดีปนๆกันแหละ

พูดถึงความทรงจำที่ไม่ดีที่กะเทยได้มอบให้เรากันดีกว่า ที่ค่อนข้างจะรุนแรงหน่อยก็มี 2 เหตุการณ์

เหตุการณ์แรก เรื่องนี้เกิดขึ้นตอนปิดเทอม 1 ชั้น ม. 3ของเรา วันนั้นเป็นวันธรรมดาเราเลยออกไปโทรศัพท์หาพี่ที่ค่ายที่เพิ่งไปเข้ามาที่ชุมสายโทรศัพท์ (แถวบ้านเราเค้าจะมีชุมสายโทรศัพท์แล้วมีโทรศัพท์ประมาณ 10 -15 ตู้ไว้บริการ) เนื่องจากเป็นวันธรรมดาและเป็นตอนบ่ายด้วยคนเลยไม่มี เราเลยเลือกตู้ที่มันมีร่มเงาหน่อยเพราะคิดว่าคงคุยกันนาน แล้วก็นานจริงๆ ผ่านไปซัก 15 นาทีได้ คุงเธอ ( คุงเธอ = กะเทย ) ก็ขี่มอ'ไซค์ จะมาโทรศัพท์ ทั้งๆที่ตู้อื่นก็ว่างแต่คุงเธอก็เลือกต่อตู้เรารอไปเคาะตู้เราไป รอไปได้เกือบ 10 นาที ก็บอกเราว่า

:: หนูๆ พอได้แล้ว ชั้นจะคุยธุระ
:: ตู้อื่นก็ว่างนี่คะ ทำไมไม่ไปโทรละ (พูดดีด้วยสุดๆ)
:: ก็ชั้นอยากโทรตู้นี้นี่ ( อ้าว กวนตีนกรุแระ )

ตอนนั้นอึ้งนิดหน่อย แต่ก็ยังคุยโทรศัพท์ต่อ ผ่านไปซัก 2 - 3 นาที เจ๊แกทนไม่ไหวเปิดประตูตู้เราแล้วสับสายโทรศัพท์เราทิ้งเฉยเลยแล้วยังมาฉีกยิ้มให้อีกอะ แม่ม คนไรวะ ไม่มีมารยาทเลย ถ้าคนมันเยอะก็ว่าไปอย่างแต่นี่ 10 ตู้ มีเราโทรแค่ตู้เดียว ยังเสือกเจาะจงจะโทรตู้เดียวกะเรา ทั้งๆที่เหลืออีกตั้ง 9 ตู้ ตอนนั้นอยากฆ่าอีนี่ทิ้งมาก แต่ก็ทำไม่ได้เพราะคงสู้ไม่ได้ แล้วธุระที่คุยกันอะ คือ นินทาคนอื่นเฉยๆแม่ม แค้นฝังใจเลยวุ้ย

เหตุการณ์ที่ 2 เพิ่งผ่านไปประมาณ 2 เดือนได้แล้วมั้ง เย็นวันนั้นฝนตกเราเลยรอให้ฝนหยุดตกก่อน ที่โรงเรียนกับป๋อย เพราะไม่อยากขี่มอ'ไซค์ตากฝนกับบ้าน ตอนนั้นอิจฉาป๋อยมาเพราะมันมีพ่อมารับไม่ต้องเปียกนั่งตากแอร์สบายๆในรถ อ๊ะ นอกเรื่องแระ กลับเข้าเรื่องต่อ เพราะวันนั้นฝนตก น้องๆกะเทยที่โรงเรียนเลยพากันพันกางเกง พันแขนเสื้อตัวเสื้อ ขึ้นให้มันโชว์เนื้อหนังมังสาของพวกคุงเธอมากที่สุด ไอ้ที่พันๆกันน่ะไม่เท่าไหร่ แต่มีคนนึงนี่ดิ มันถอดเสื้อโชว์เลยค่า อืม... แล้วคุณจะพบว่าหน้าอกที่ควรจะแบนราบเหมือนผู้ชายกลับตั้งนูนเป็นเต้าขึ้นมาเลย ใหญ่ประมาณคัพ A ได้มั้ง มีคนบอกกะเราว่า

- ทำศัลยกรรม
- ฉีดฮอร์โมนเพศหญิง
- กินยาคุม
- นวดหน้าอก

เราก็ไม่รู้นะว่าน้องเค้าไปทำยังไง แต่มันก็มีหน้าอกไปแล้วละนะหลายคนแล้วด้วย เหงตอนแรกแทบอยากอ้วกเพราะสะอิดสะเอียดกะภาพที่เหง บรื๊อ ภาพนั้นยังคงติดตาฉันอยู่

เฮ้อ ก็เป็นกันซะแบบนี้นะสิ เราเลยไม่ค่อยชอบกะเทยเท่าไหร่ แต่เราก็ยังคงเห็นด้วยกับคำว่า "ที่ไหนกะเทยยังไปไม่ถึง ที่นั่นยังไม่เจริญ" ซึ่งมันก็ค่อนข้างจริงนะ เรื่องนี้เราก็เขียนจากประสบการณ์การพบเจอกะเทยของเราทั้งในและนอกโรงเรียนในช่วงที่เรามีชีวิตอยู่มาจนถึงวันนี้ ถ้ามีตรงส่วนไหนขัดกับความรู้สึกก็ขอโทญด้วยนะ เพราะนี่เป็นแง่มุมที่เรามองและความรู้สึกที่เรามีต่อกะเทยจริงๆ